ความนิยมของอาหารไทยในต่างประเทศ

ความนิยมอาหารไทยในสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นเมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัด อาจเกิดจากสมัยแรกๆ คนไทยที่ไปทำงาน และเล่าเรียนอยู่ในสหรัฐอเมริกามีความคิดถึงอาหารไทย ก็มีคนเปิดร้านอาหารไทยขึ้น หรืออาจเกิดจากกระแสโลกาภิวัฒน์ หรือกระแสแนวโน้มของการตื่นตัวในการบริโภคอาหารชนชาติทั่วโลกก็เป็นได้ แต่ที่เห็นได้ชัดเจน คือ อาหารไทยได้รับความนิยม แบบดาวรุ่งพุ่งแรงมาตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่รวมทั้งในยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง จีน และอินเดีย อะไรทำให้อาหารไทยเป็นที่นิยมของประชาคมชาวโลกในขณะนี้ ได้มีมีการรวบรวมข้อมูลจากการสอบถามลูกค้าต่างชาติในเมืองใหญ่ ในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และในยุโรป พบว่าเอกลักษณ์ของอาหารไทยที่ทำให้อาหารไทยเป็นที่ถูกปากและได้รับการยอมรับมีดังนี้

1. เอกลักษณ์ด้านรสชาติ ที่มีคงามกลมกล่อมของ 3 รส คือ เปรี้ยว หวาน เผ็ด ได้อย่างลงตัวพอดี โดยไม่เน้นหนักไปรสใด รสหนึ่ง ทำให้เมื่อเข้าปากแล้ว สามารถดึงเอารสชาติที่สัมผัสลิ้นได้ อย่างเต็มเปี่ยม เป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย แต่ได้สร้างความประทับใจแก่ผู้บริโภคทุกคนแม้เมื่อได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรก ทำให้รู้สึกอยากกลับมาทานอีก ถือเป็นประสบการณ์ทางด้านสุนทรีย์แห่งการกินอย่างแท้จริง บางคนก้บอกว่ากลิ่นของสมุนไพร และเครื่องเทศต่างๆ ของอาหารไทย ถือว่าโดดเด่นมาก ตรงที่ไม่ฉุนเกินไป แต่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องเทศที่สอดแทรก อยู่ในทุกอณูของอาหารและทิ้งความหอมละมุนของกลิ่นรสไว้ในปากแม้เมื่อกลืนกินเข้าไปแล้ว

2. ความหลากหลายของอาหารไทย แม้ว่าอาหารไทยจะมีเมนูยอดนิยมอยู่ประมาณ 10 อย่าง ที่คนนิยมชื่นชอบมากที่สุด แต่ความจริงแล้ว อาหารไทยนั้นมีทั้งคาวหวาน สารพัดชนิด ที่สามารถเลือกสรรมานำเสนอได้ไม่รู้จบ ชาวต่างชาติมักจะบอกว่า นี่เองที่ทำให้พวกเขาอยากลิ้มลองและทดลองร้านอาหารไทยใหม่ๆ ที่เปิดขึ้น เพราะรู้ว่าจะมีสิ่งแปลกใหม่ที่ให้ลองได้ไม่ซ้ำ ร้านอาหารไทย บางร้านก็พยายามทดลองเพิ่มและเปลี่ยน เมนูของตัวเองเป็นครั้งคราว เพื่อให้ลูกค้าได้ลองรายการใหม่ๆ เช่น เพิ่มรายการอาหารประจำร้าน ประจำเดือน เป็นต้น ยังพบอีกว่าลูกค้ากลุ่มที่ชอบอาหารไทย มักจะเป็นลูกค้าที่ค่อนข้างชอบทดลองสิ่งใหม่ๆ อยู่แล้ว เพราะอาหารไทยมีรสชาติแปลกใหม่น่าลิ้มลอง แต่น่าเสียดายว่าร้านอาหารส่วนใหญ่ ขายแต่รายการอาหารยอดนิยมเท่านั้น ไม่ค่อยจะได้ปรับเปลี่ยนเท่าไหร่ ทำให้บางครั้งลูกค้ารู้สึกจำเจมาก และอาจค่อยๆหายหน้าไปทีละคน

3. อาหารไทยทานไม่เลี่ยนไม่อ้วน ชาวต่างชาติหลายรายที่ถูกสัมภาษณ์ถึงความรู้สึกมักออกปากว่า อาหารไทยเป็นอาหารที่เบาแม้ทานจนอิ่มแล้วยังไม่รู้สึกว่าอึดอัด หรือเพิ่มส่วนเกิน ทั้งนี้เพราะอาหารไทยส่วนใหญ่จะมีผักปนมาด้วยเสมอ พร้อมกับเครื่องเคียงต่างๆ จนเป็นที่เลื่องลือว่าอาหารไทยเป็นอาหารสุขภาพ ในเมืองใหญ่ๆบางแห่ง เช่น นครซิดนีย์ในออสเตรเลีย เมี่ยงคำ กลายเป็นอาหารจานหลักในเมนูของภัตตาคารไทยทุกแห่ง และในบางแห่งมีแม้กระทั่งรายการน้ำพริก กับผักสดนานาชนิด เพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มที่เน้นอาหารสุขภาพ คุณลักษณะข้อนี้ของอาหารไทยจึงเข้ากันได้อย่างเหมาะเจาะกับแนวโน้มของการบริโภคอาหารที่เน้นสุขภาพในทศวรรษนี้

4. การบริการที่ประทับใจ ข้อนี้แม้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรสชาติอาหาร แต่ถือว่าเป็นส่วนเสริมที่สำคัญมาก เพราะธุรกิจอาหารเป็นธุรกิจการบริการพร้อมสินค้าอาหาร หากการบริการไม่ดีแล้ว แม้อาหารจะอร่อย ราคาถูก ก็ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ กิตติศัพท์ของความนุ่มนวลและมารยาทอันดีงามของคนไทย ได้ช่วยสร้างความประทับใจในการบริการของร้านอาหารไทยต่างๆ ในทุกประเทศให้แก่ชาวต่างชาติจนรู้อยากมาเที่ยวเมืองไทย แม้อาหารไทยจะได้พัฒนามาจนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในทั่วทุกมุมโลกแล้ว การบริหารภัตตาคาร ร้านอาหารเป็นอีกมิติหนึ่งของการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอาหารไทย และการส่งเสริมให้อาหารไทยยังคงครองความนิยมต่อไป ร้านอาหารไทยที่ประสบความสำเร็จนอกจากจะตอบสนองกระแส ความต้องการของผู้บริโภคในด้านต่างๆ แล้ว ยังเป็นตัวแทนของการสะท้อนให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงความงดงาม ในวัฒนธรรมไทย ผ่านความสุนทรีย์ใน การนำเสนออาหารไทยอีกด้วย

เมนูฝรั่งในวังหลวง สมัยรัชกาลที่ 5 – รัชกาลที่ 6

สายธารวัฒนธรรมอาหารชาววัง

หลักการกินตามฤดูกาล (ฤดูจริยา)

ฤดูร้อน  (ก.พ. – พ.ค.)

ช่วงนี้หลายคนอาจเกิดอาการตัวร้อน ปวดศีรษะ วิงเวียน อ่อนเพลีย คอแห้ง ปากแห้ง กระหายน้ำ ร้อนใน ท้องผูก ปัสสาวะน้อยสีเหลืองจัด
มีผดผื่นขึ้นตามร่างกาย  นี่คือภาวะธาตุไฟกำเริบทำให้ความร้อนในร่างกายเพิ่มขึ้น การกินอาหาร ผัก ผลไม้ ที่มีรสชม รสเย็น และรสเปรี้ยวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ร่างกาย
รู้สึกเย็นสบายขึ้น

ฤดูฝน (มิ.ย.- ก.ย.)

อากาศที่เย็นชื้นทำให้หลายคนรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เป็นไข้หวัด ถ้าได้กินอาหารที่มีรสเผ็ดร้อนจะช่วยกระตุ้นให้ ร่างกายอบอุ่นขึ้น ส่วนอาการท้องอืด
ท้องเฟ้อ ที่เกิดจากธาตุลมกำเริบในช่วงนี้บรรเทาได้ด้วยการกินอาหารที่มีรสสุขุมหอมเย็น

ฤดูหนาว (ต.ค.- ม.ค.)

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงหนาวเย็นและห้องมากขึ้น ส่งผลต่อธาตุน้ำทำให้ความชุ่มชื้นในร่างกายลดลง ผิวจึงแห้งแตก มึนศีรษะ น้ำมูกไหล
ขัดยอก เป็นไข้ คนเฒ่าคนแก่จึงมักบอกว่าให้กินแกงส้มดอกแค ป้องกันไข้หัวลมหรือไข้หวัด เพราะอาหารที่มีรสขม รสเผ็ดร้อน และรสเปรี้ยว จะช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้

ผลการประเมิน การสัมมนา “ครัวไทยสู่ครัวโลก”

ค่าเฉลี่ยจากการประเมิน

ระดับความคิดเห็น   โดยภาพรวมจะอยู่ในระดับดี
——————————————————————————————–

ท่านคิดว่าการจัดสัมมนาครั้งนี้ได้ผลคุ้มค่าหรือไม่

คุ้มค่า  เพราะ…

– ทำให้เราได้ความรู้เรื่องอาหารไทยแต่ละภาคมากขึ้น อย่างเช่น อาหาร พืช ผัก ผลไม้ อย่างมะมุด ก็ไม่เคยเห็นการเอามังคุดมาเสียบไม้ขายเหมือนลูกชิ้นในภาคใต้
ก็ไม่เคยรู้มาก่อน   อีกทั้งมีการทำลาบให้ดูได้ทั้งความรู้และความบันเทิง ที่สำคัญเพื่อนตั้งใจทำงานมาก มีอาหารให้รับประทานด้วย
– ได้ชมการทำอาหารขนานแท้จากพ่อครัวอาหารอีสาน และคลิปวิดีโอต่างๆ ได้ทราบอาหารพื้นบ้านในแต่ละท้องถิ่น ที่ยังไม่เคยรู้จัก
– ได้รับความรู้เกี่ยวกับอาหารไทยมากยิ่งขึ้น
– ได้รู้ถึงอาหารภาคต่างๆ และได้ความรู้ถึงความเป็นมา
– ได้รับความรู้ใหม่ๆ บางประเด็น
– เพราะได้รับความรู้เรื่องอาหารของไทยในแต่ละภาค และมีการสาธิตวิธีทำอาหารให้ทานด้วย
– ได้รู้ที่มาของชื่ออาหารต่างๆที่ไม่เคยรู้มาก่อน เช่น ขนมจีน ซึ่งจะเรียกเพี้ยนมาจากภาษาอื่น ซึ่งเรียกว่า ขะนอมจิน
– ได้รับความรู้เกี่ยวกับอาหารไทยครบถ้วนดี
– ได้รับความรู้ในเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน พร้อมยังได้สูตรในการประกอบอาหารด้วย
– ได้ทราบถึงวัฒนธรรมอาหารในแต่ละภาคในประเทศไทย รวมทั้งจุดแข็งจุดอ่อนทีีี่อาหารไทยนั้นได้ไปสู่ครัวโลก
– ได้ทราบถึงความเป็นมาของอาหารไทยแต่ละภาคที่ทั่วโลกนิยมรับประทาน
– ได้รับความรู้เกี่ยวกับอาหารไทย โดยเฉพาะอาหารไทย เครื่องปรุงอาหารไทยในแต่ละภาค
– วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญมีความรู้ในอาหารภาคอีสานเป็นอย่างดี ทำให้มีความน่าเชื่อถือ
– ได้ทราบถึงบางประเด็นที่มองข้ามไป ทำให้เข้าใจมากขึ้น ได้เรียนรู้จริงจากวิทยากรที่ได้เชิญมาให้ความรู้ มีความสนุกสนานดี
–  ได้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารไทย ในประเด็นต่างๆ เช่น ปัญหาของการก้าวสู่ครัวโลกของอาหารได้ มีมุมมองที่น่าสนใจว่าทำไมอาหารไทยถึงเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ แต่ในขณะเีดียวกันก็ยังขาดการจัดการที่ดีในการจะมุ่งไปสู่ครัวโลก
– ได้รู้ถึงการรับประทานของแต่ละภาคว่าเป็นเช่นไร  ทานอย่างไร มีอะไรที่น่าสนใจในภาคนั้น
– ได้รู้จักอาหารไทยครบทุกภาค และได้รู้จักทั้งส่วนประกอบวิธีการทำอุปกรณ์ รวมไปถึงความเป็นมาของชื่ออาหารบางประเภท
และได้รับประทานอาหารไทย 4 ภาคด้วย
– ได้รับความรู้เพิ่มเติมมากขึ้นเกี่ยวกับอาหารไทย  ได้เห็นการสาธิตการทำลาบ ทำให้ได้ทราบและเข้าใจ และสามารถนำกลับไปทำเองได้
– เป็นก้าวสำคัญเกี่ยวกับครัวไทยสู่ครัวโลก

——————————————————————————————–

ข้อเสนอแนะอื่นๆ (โปรดระบุ)…

– จริงๆ เพื่อนเตรียมงานมาอย่างดีเรื่องการตกแต่งสถานที่ แต่ด้วยของที่มีอยู่ในห้องอยู่แล้วมันจึงดูไม่ใจ  ข้าวของรอบนอกทำให้ห้องดูรกและเกะกะ  แล้วก็การใ้ห้ความรู้ค่อนข้างใช้เวลานานไปหน่อย  แต่ก็เข้าใจว่าเนื้อหาเยอะ ขอเป็นกำลังใจให้ต่อไปค่ะ ทำดีแล้ว ^^!
– ยังขาดความต่อเนื่องของการนำเสนอ ควรบรรยายหรือหาสิ่งที่น่าสนใจมาใส่แต่ละช่วง
– ช่วงบรรยาย เงียบเหงาไป
– ช่วงกิจกรรมน่าสนใจดี อาหารรสชาติดี
– การประชาสัมพันธ์น่าจะมีการเตรียมการที่ดีกว่านี้
– ควรการแนะนำเรื่องการปรุงอาหารแต่ละภาค
– ขาดความต่อเนื่องในแต่ละช่วง ข้อมูลบางอย่างไม่ชัดเจน ควรอธิบายหรือหาข้อมูลเพิ่มเติม
– น่าจะมีกิจกรรมเยอะกว่านี้ และควรรักษาเวลาใช้มากกว่านี้
– การนำเสนอควรให้ผู้ร่วมสัมมนามีส่วนร่วมมากกว่านี้  การสาธิตและกิจกรรมน่าสนใจดี
– น่าจะมีกิจกรรมคั่นเวลาบ่อยๆ เพราะจะทำให้ไม่น่าเบื่อ
– ภาพวิดีโอ สวยดี
– ความต่อเนื่องของแต่ละช่วงยังขาดตอน
– การแนะนำหน่วยงานที่สนับสนุนอาหารไทยสู่ต่างประเทศ
– แนะนำร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่มีชื่อเสียง
– ควรนำเสนอเมนูอาหารไทยที่หากินได้ยากในปัจจุบันด้วย
– ควรจะมีเนื้อหาที่หลากหลายมากกว่านี้ เช่น อาหารไทยที่มีชื่อเสียงทั่วโลก
– หากมีเวลาในการประชาสัมพันธ์มากกว่านี้ก็ดีไม่น้อย เพราะยังไม่ค่อยดี ไม่ค่อยทั่วถึงเท่าไหร่นัก
– การนำเสนอจัดเป็นระบบดี และมีการเชิญบุคคลผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับอาหารโดยตรงมา มีความรู้มาก
– ชอบเวลาพูดภาษาถิ่น มีเสน่ห์มาก แต่ควรซ้อมพูดให้ใกล้เคียงของจริงมากกว่านี้จะได้สมจริงมากขึ้น

สินค้าส่งออกต่างประเทศ

ปลาทูสดจากท้องทะเล…สู่ปลาทูน่ากระป๋อง

ปลา ในแผ่นดินไทยมีครบอุดมสมบูรณ์แต่โบราณ ในบรรดาฝรั่งต่างชาติที่บันทึกเรื่องราวอาหารการกินของคนไทยไว้ เห็นจะไม่มีใครวิเศษเท่าลาลูแบร์ ในหนังสือเรื่อง พระราชอาณาจักรสยาม ดังตอนหนึ่งกล่าวว่า

“ไม่มีชนใดจะสมถะเสมอด้วยชาวสยาม ชาวบ้านดื่มกันแต่น้ำเปล่า จะอยู่อย่างมีความสุขด้วยอาหารการกินง่ายๆ เพียงข้าวเปล่ากับปลาแห้ง หรือปลาเค็มตัวเล็กๆ อาจมีเครื่องจิ้มบ้าง ปลานั้นชุกชุมมากเหลือเกิน จับชั่วโมงหนึ่งพอกินไปได้หลายวัน มีมากทั้งปลาน้ำจืดและปลาน้ำเค็ม เต่าตัวย่อมๆ กุ้งขนาดต่างๆ หอยนางรมก็มีมาก และผลไม้นานาชนิดมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์

คนไทย รู้จักและกินปลาทูมาช้านานแล้ว แต่หลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร อัตนเก่าแก่ที่สุดที่หาได้ในขณะนี้กลับมีอายุเยาว์เพียง 125 ปีเท่านั้นคือ หนังสือ “อักขราภิธานศรับท์” ฉบับหมอบรัดเล” ตีพิมพ์ในรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ.2416 โดยเขียนว่า
” ปลาทู, เป็นปลาอยู่ทะเลน้ำเค็มมีเกล็ด, ตัวมันกว้างศักสองนิ้ว, ยาวศักสิบนิ้ว” และ “ปลาลัง,ตัวมันเหมือนปลาทู, แต่เล็กกว่าปลาทู, อยู่น้ำเค็มในทะเลมีเกล็ดหนืดๆ”

ปลาทูเป็นปลาทะเลที่หาซื้อได้ง่าย ราคาถูก ทั้งยังมีคุณค่าสารอาหาร โดยเฉพาะกราดไขมันโอเมก้า 3 สูง
การ เลือกซื้อปลาทูให้ได้ปลาสด สังเกตที่ลูกตานูน ตาดำสีสดใส ส่วนหลังมีสีเขียวเป็นพื้น ส่วนท้องมีสีขาวเงิน หางปลามีสีเหลือง ลำตัวมีเมือกลื่นๆจับทั่วตัว เหงือกสีแดงอมชมพู ไม่มีกลิ่น เนื้อแน่น เมื่อใช้นิ้วกดที่หลางลำตัวแล้วปล่อยนิ้วออก รอยยุบจะกลับคืนสภาพเดิม

ปัจจุบันปลาทู ได้นำมาบรรจุกระป๋อง ที่ปรุงออกมาหลายรสชาติหลากเมนูให้เลือกทั้งปลาทูน่าในน้ำเกลือ  ในน้ำมันพืช น้ำแร่ และมายองเนส หรือดัดแปลง
เป็นผัดเผ็ด แกงเขียวหวาน พะแนงปลาทูน่า ฯลฯ ส่งสู่ห้องครัวทั่วโลก แม้แต่ครัวไทยเองก็นำปลาทูน่ามาพลิกแพลง เป็นเมนูที่หลายคนชื่นชอบ ในรสชาติแบบไทยๆ

เอกสารอ้างอิง: http://www.horapa.com/content.php?Category=Healthy&No=880

…………………………………….

ปลาร้าไทย…ภูมิปัญญาการถนอมอาหาร

ปลาร้า หรือ ปลาแดก ในภาษาอีสาน เป็นอาหารท้องถิ่นภาคอีสาน ของไทย และ ลาว รวมถึง บางส่วนของเวียดนาม โดยมักทำจากปลาน้ำจืดขนาดเล็ก เช่น ปลาสร้อยขาว ปลากระดี่มาหมักกับรำข้าวและเกลือ แล้วบรรจุใส่ไห โดยทั่วไปจะหมักไว้ 7-8 เดือน  และนำมารับประทานได้ หรือ นำไปปรุงอาหารอย่างอื่น เช่น ส้มตำ เป็นต้น โดยส้มตำที่ใส่ปลาร้านั้นจะเรียกว่า ส้มตำลาว หรือ ส้มตำปลาร้า โดยในบางที่มีค่านิยมว่า หมักให้เกิดหนอนจะยิ่งเพิ่มรสชาติยิ่งขึ้น

จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า ปลาร้า เป็นอาหารของวัฒนธรรมอีสานมานานกว่า 4,000 ปีแล้ว โดยพบวัสดุที่คล้ายกับไหหมักปลาร้า

ปัจจุบัน การทำปลาร้าได้พัฒนาขึ้นไปสู่ระดับสากลมากขึ้น มีปลาร้าพาสเจอร์ไรซ์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนด้วย การปรุงปลาร้าให้มีกลิ่นหอม สะอาด สีสันน่ากินยิ่งขึ้น
บรรจุหีบห่อทันสมัย พกพาสะดวก ส่งออกไปให้ผู้คนทั่วโลก ได้ชิมรสปีละนับพันตัน ตลาดหลักคือแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน มีทั้งปลาร้าผสม
ข้าวคั่วแบบภาคกลางและปลาร้าผสมรำแบบภาคอีสาน ปลาร้าเหล่านี้ถูกนำมาแปรรูปบดเป็นครีม  เป็นน้ำปลาร้า บรรจุขวดแก้ว ปลาร้าก้อน ปลาร้าอัดแท่ง ปลาร้าผง
หรือ ปลาร้าอนามัย แต่ส่วนใหญ่ ปลาร้าก็ยังนิยมทำแบบเดิม โดยตักขายตามน้ำหนักตามตลาดสดต่าง ๆ

…………………………………….

เอกสารอ้างอิง : แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย.  (2546).  อาหาร : ทรัพย์และศิลป์แผ่นดินไทย = Thai cuisine : treasure and art of the land.

กรุงเทพฯ : แปลน โมทิฟ.

บรรยากาศการจัดสัมมนา “ครัวไทยสู่ครัวโลก”

สัมมนา“ครัวไทยสู่ครัวโลก”

วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม 2553เวลา 09.00 -12.00 น.

ณ อาคารนวัตกรรมวัฒนธรรม สถาบันวิจัยวัฒนธรรมและศิลปะ มหาวิทยาลัยบูรพา

This slideshow requires JavaScript.

Previous Older Entries